กรุงเทพฯ ประเทศไทย – สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) เดินหน้าพัฒนาเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ทั่วประเทศ มุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง พร้อมขยายความร่วมมือทุกภาคส่วน จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ร่วมสร้างสรรค์เครือข่ายสู่เป้าหมายเดียวกัน” ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 21–23 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายอุทยานการเรียนรู้จากทั่วประเทศร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และออกแบบแนวทางยกระดับพื้นที่เรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละท้องถิ่น กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญในการพัฒนา “ระบบนิเวศการเรียนรู้” (Learning Ecosystem) ซึ่งเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง พร้อมผลักดันให้พื้นที่เรียนรู้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน งานสัมมนา “ร่วมสร้างสรรค์เครือข่ายสู่เป้าหมายเดียวกัน” ปี 2569 เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายสุรนาท โภคานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาอย่างอบอุ่น ก่อนเข้าสู่กิจกรรมที่ออกแบบให้ครอบคลุมทั้งมุมมองเชิงนโยบาย ความรู้ร่วมสมัย และการลงมือปฏิบัติจริง เริ่มจากการบรรยายหัวข้อ “Future of Learning Spaces: แนวโน้มโลก แนวโน้มอุทยานการเรียนรู้” เพื่อเปิดมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่เรียนรู้ในอนาคต ตามด้วยการระดมความคิดเห็นในหัวข้อ “พื้นที่เรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น” ซึ่งเปิดโอกาสให้แต่ละเครือข่ายนำประสบการณ์และโจทย์เฉพาะของพื้นที่มาร่วมกันพัฒนาเป็นแนวทางที่นำไปใช้ได้จริง อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเรียนรู้จากกรณีศึกษา “Songwat RE:BORN | จากย่านเก่า สู่พื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์” และการศึกษาดูงานผ่านสองเส้นทาง ได้แก่ ถนนทรงวาด ซึ่งสะท้อนการฟื้นชีวิตย่านเก่าด้วยพลังของชุมชน ความคิดสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงหอภาพยนตร์และ Legendary Wargame ซึ่งนำเสนอมิติการเรียนรู้ผ่านประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์ และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมได้นำองค์ความรู้จากการดูงานกลับมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่ตนเอง นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กช็อป “การออกแบบต้นแบบแหล่งเรียนรู้” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมร่วมกันพัฒนาแนวคิดและนำเสนอต้นแบบพื้นที่เรียนรู้ที่สามารถต่อยอดได้จริง ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Network Commitment & Next Step” ซึ่งมุ่งกำหนดเป้าหมายและแนวทางความร่วมมือในระยะต่อไป เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้จากการสัมมนาให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละพื้นที่ การสัมมนาครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของฝ่ายพัฒนาเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งให้ความสำคัญกับ 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ การรักษาและพัฒนาเครือข่ายเดิม การยกระดับศักยภาพเครือข่าย การขยายเครือข่ายความร่วมมือ และการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ นวัตกรรม และการพัฒนาทุนมนุษย์เข้าสู่พื้นที่เรียนรู้ของชุมชน ในด้านการพัฒนาเครือข่าย TK Park จะติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของอุทยานการเรียนรู้ที่เปิดให้บริการทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการจัดกิจกรรม การพัฒนาบริการ การให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบดิจิทัลและการติดตามข้อมูลการใช้บริการ เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือปรับปรุงพื้นที่เรียนรู้ ตลอดจนร่วมออกแบบแนวคิดพื้นที่ (Learning Space) และจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน เพื่อให้พื้นที่เรียนรู้ตอบโจทย์บริบทของแต่ละท้องถิ่น สำหรับการเพิ่มศักยภาพของเครือข่าย TK Park จะดำเนินกิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดงาน Learning Fest ในภูมิภาค การสัมมนาเครือข่าย TK Park Reunion การอบรมเพิ่มทักษะให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ด้านการขยายเครือข่าย TK Park ได้ปรับแนวทางการให้มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวคิด และรูปแบบการบริหารจัดการของ TK Park ไปสู่หน่วยงานที่สนใจ เพื่อขยายผลการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในวงกว้าง พร้อมติดตามการจัดตั้งอุทยานการเรียนรู้แห่งใหม่ในหลายจังหวัด ได้แก่ ลำปาง (องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง) สกลนคร (เทศบาลนครสกลนคร) ภูเก็ต (องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล) ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2570 นอกจากนี้ TK Park ยังเร่งสร้างความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ นวัตกรรม และการพัฒนาทุนมนุษย์ อาทิ หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต รวมถึงสร้างเครือข่าย Knowledge Partner กับองค์กรชั้นนำจากต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการพื้นที่เรียนรู้ การจัดการองค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการเรียนรู้ ปัจจุบัน TK Park มีเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ที่เปิดให้บริการแล้วกระจายอยู่ทั่วประเทศ 27 แห่ง และยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่เรียนรู้ทั่วประเทศเติบโตบนความหลากหลายของแต่ละท้องถิ่น และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเท่าทันและยั่งยืน ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TK Park ได้บนเว็บไซต์ www.tkpark.or.th

“อินเตอร์ฟาร์มา” ผู้นำนวัตกรรมยาสีฟันโปรไบโอติกครบจบในหลอดเดียว!! ตอกย้ำความสำเร็จ พร้อมจัดงาน “YUUU BY INTERPHARMA FANS MEET” เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ ดึงนางเอกยิ้มสวย “คิมเบอร์ลี่” พรีเซ็นเตอร์แบรนด์

Read more

“สิงหาฟู้ด” เผยความสำเร็จแบรนด์ April’s Bakery ชูกลยุทธ์ขยายไลน์สินค้าและช่องทางจำหน่าย รุกตลาดเบเกอรี่แบบครบวงจร ตั้งเป้าส่งออกสู่ทั่วโลก กรุงเทพฯ ประเทศไทย – บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเปี๊ยะและเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์ “April’s Bakery” (เอพริล เบเกอรี่) เจ้าแรกในประเทศไทยที่ขายพายหมูแดงสูตรฮ่องกง ประกาศความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 13 ชูยอดขายกว่า 400,000 ชิ้นต่อวัน ด้วยกลยุทธ์ขยายไลน์สินค้าหลากหลาย และช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่ง กางแผนลุยตลาดเบเกอรี่ต่อเนื่องแบบครบวงจร พร้อมตั้งเป้ารุกตลาดทั่วภูมิภาคเอเชีย คุณกนกกัญจน์ มธุรพร หรือ คุณอรเอพริล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และประธานบริหารแบรนด์ April’s Bakery เปิดเผยว่า ในปีนี้ April’s Bakery ภายใต้การบริหารงานของ สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ ได้เดินทางมาสู่ปีที่ 13 แล้ว ปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรไส้ต่าง ๆ จนมีถึง 26 ไส้ และมีสาขามากกว่า 40 สาขา โซน Take home ในห้างชั้นนำ ตลอดจนร้านกาแฟกว่า 150 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนั้น April’s Bakery ยังได้ขยายธุรกิจและสินค้าเข้าสู่ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7/11 ทั่วประเทศ มากกว่า 13,500 สาขา และมียอดสั่งซื้อมากกว่า 100,000 กล่องต่อวัน มากถึง 400,000 ชิ้นต่อวัน โดนสินค้าที่จัดจำหน่าย ได้แก่ เปี๊ยะโมจิลาวาไข่เค็ม เปี๊ยะโมจิลาวาโอวัลติน เปี๊ยะหมูแดง เปี๊ยะจิ๋วไส้ถั่ว ฯลฯ จากความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของการดำเนินงานของสิงหาฟู้ด ในการปั้น April’s Bakery ให้ติดตลาด และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างยอดขายล้นหลามด้วยความแตกต่างของ April’s Bakery ในตลาด จากจุดขายของแบรนด์ที่เป็นเจ้าแรกในประเทศที่จำหน่ายพายสูตรฮ่องกง แต่ใช้กลยุทธ์การพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าแบบรสชาติคนไทย โดยไม่ทิ้งเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ภายใต้การผลิตที่มีคุณภาพสูงสะอาด ปลอดภัย สินค้าทุกชิ้นมีขั้นตอนการคัดสรร (QC) ที่เข้มงวด และควบคุมสูตรการผลิตทุกสูตรให้ออกมาเป็นสินค้าที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการขยายสินค้าที่หลากหลาย ไม่เฉพาะเปี๊ยะหรือพาย แต่ยังมีโรงงานผลิตเบเกอรี่ที่ผลิตเค้ก ขนมปัง และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้แบรนด์ April’s Bakery เป็นแบรนด์ที่ผลิตสินค้ากลุ่มเบเกอรี่ที่ครบวงจร นอกจากนั้น ยังผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ตนเอง และรับทำ OEM ให้กับลูกค้าหลาย ๆ เจ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างโอกาสให้แบรนด์สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ นำเสนอคุณภาพของสินค้า วางแผนทางการตลาดในหมวดหมู่สินค้า เพิ่มรสชาติใหม่ ๆ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยส่งเสริมการค้าและการขยายฐานลูกค้า ทั้งนี้ ในปี 2566 นี้ April’s Bakery ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้องใหม่ “เปี๊ยะโมจิลาวาโอวัลติน” ที่มียอดขายทั่วประเทศถึง 50,000 กล่อง ต่อวัน รวม ๆ แล้ว April’s Bakery มียอดขายสินค้าเพื่อส่งขายให้แก่ 7/11 มากกว่า 100,000 กล่องต่อวัน (400,000 ชิ้น) “April’s Bakery เราทำงานและผลิตสินค้าโดยยึดถือนโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน มีความตั้งใจและพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาให้ดีที่สุด ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ในราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ และตั้งใจจะคืนกำไรสู่สังคม เรามุ่งเน้นและพัฒนาสินค้าใหม่ ๆอย่างสม่ำเสมอ โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ถูกสุขอนามัย และปลอดภัยต่อผู้บริโภค ตามมาตรฐานระบบ Good Hygiene Practices (GHPs) & Hazard Analysis and Critical Control Point (HACCP) และเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าให้ส่งมอบสินค้าได้ตรงตามเวลาที่ลูกค้าต้องการ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเบเกอรี่ภายในประเทศและต่างประเทศ” คุณอรเอพริลกล่าว สำหรับแผนการขยายตัวในปี 2566 และปี 2567 April’s Bakery เล็งเปิดตลาดการขายภายในประเทศ สู่ฐานลูกค้ากลุ่มชาวมุสลิมที่มีมากกว่า 4 ล้านคนในประเทศ โดยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมให้ผ่านมาตรฐาน HALAL นอกจากนั้น ยังได้เริ่มดำเนินการวางแผนการส่งออกไปยังฐานลูกค้าที่ให้ความสนใจในสินค้าภายใต้แบรนด์ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพูดคุยและดำเนินการ รวมไปถึงทดลองส่งสินค้าบางส่วนไปยังลูกค้า อาทิ ออสเตรเลีย เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาโรงงานเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน International Organization for Standardization (ISO), British Retail Consortium (BRC) เพื่อยกระดับสินค้าไทยไปสู่ระดับสากล สอดคล้องกับแผนพัฒนาสินค้าและขยายตลาดการส่งออกแบบขายตรง และ OEM อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ระหว่าการพัฒนาสินค้าให้ออกมาดีที่สุด เพื่อลูกค้าจะได้รับสินค้าที่ดีที่สุด และแบรนด์ยังเปิดรับลูกค้าเฟรนไชส์เพื่อร่วมขยายสาขาและร่วมมือทางธุรกิจ โดยเปิดรับเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ มาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ April’s Bakery ภายใต้วิสัยทัศน์ “เรามุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ให้ได้ตามมาตรฐานระดับสากล” “เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจที่กำหนดไว้ ทางบริษัทฯ ขอแสดงเจตนาการจัดตั้งระบบควบคุมคุณภาพ ได้แก่ ระบบการจัดการโปรแกรมพื้นฐานด้านสุขลักษณะในโรงงาน หรือ Good Hygiene Practices (GHPs) และ ระบบ Hazard Analysis and Critical Control Point (HACCP) คือ การวิเคราะห์ความเสี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต นอกจากนี้บริษัทยังสนับสนุนส่งเสริมการฝึกอบรมระบบ GHPs & HACCP ให้แก่พนักงานเพิ่มเติมโดยการให้เข้าร่วมสัมมนาและปฏิบัติการทั้งภายในและภายนอก และยังได้จัดตั้งทีมสำหรับการตรวจสอบระบบ GHPs & HACCP และปรับปรุงและพัฒนาระบบอยู่เสมอเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทางบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในทุกด้านที่จำเป็น เพื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยจำหน่ายแก่ผู้บริโภค” คุณอรเอพริลกล่าวปิดท้าย ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ และ April’s Bakery ได้ที่ http://aprilbakerythailand.com/index.php ####

Read more